โครงสร้างที่ใช้แลกเปลี่ยนแก๊สของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและของสัตว์

 โพรทิสต์  ส่วนใหญ่อยู่ในน้ำ  ผิวของสิ่งมีชีวิตพวกนี้สัมผัสกับน้ำโดยตรงจึงเกิดการแพร่ (diffusion) โดย O2 แพร่ผ่านผนังเซลล์หรือเยื่อหุ้มเซลล์และ CO2 แพร่ออกจากผนังเซลล์ได้แก่ อมีบา  พารามีเซียม

พลานาเรีย  แลกเปลี่ยนแก๊สทางผิวหนัง  ผิวหนังจึงเปียกชื้นอยู่เสมอ    การที่พลานาเลียมีลำตัวแบนเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิว  ทำให้มีประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนแก๊ส

ไส้เดือน  มีลำตัวกลม  แลกเปลี่ยนแก๊สทางผิวหนังซี่งเปียกชื้น  มีระบบหมุนเวียนเลือดช่วยในการแพร่ทำให้ลำเลียงรวดเร็วขึ้น  

ไส้เดือน ดินเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในดินไม่มีอวัยวะพิเศษที่ใช้ในการหายใจ แต่จะมีการแลกเปลี่ยนกาซผ่านทางผิวหนังโดยไส้เดือนดินจะขับเมือกและของเหลว ที่ออกมาจากรูขับถ่ายของเสียเพื่อเป็นตัวทำละลายออกซิเจนจากอากาศแล้วซึม ผ่านผิวตัวเข้าไปในหลอดเลือดแล้ว ละลายอยู่ใน น้ำเลือดต่อไป

ปลา  แลกเปลี่ยนแก๊สที่เหงือกเท่านั้น  เส้นเหงือกมีผิวยาวมากจนแก๊สสามารถแพร่ผ่านเข้าไปได้สะดวกแม้ว่าในน้ำจะมี O2 อยู่น้อยมากคือประมาณร้อยละ 0.5 โดยปริมาตรเท่านั้น  แต่ปลาก็สามารถรับ O2  ได้เพียงพอแก่ความต้องการได้ในขณะที่ปลากำลังว่ายน้ำหรือลอยตัวอยู่นิ่งแผ่นกระดูกปิดเหงือกหรือแผ่นแก้มของปลาจะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา  โดยการเคลื่อนไหวจะเป็นจังหวะพอดีกับการอ้าปากและหุบปากของปลาด้วยอาการที่สัมพันธ์กันเช่นนี้  จึงทำให้น้ำซี่งมี O2 ละลายอยู่เข้าทางปากแล้วผ่านออกทางเหงือกตลอดเวลา
        การที่เหงือกปลามีเส้นเหงือกเล็กๆ (gill filament) จำนวนมากเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวที่จะสัมผัสกับ O2 ในน้ำ

 
       ความใกล้ชิดระหว่างเนื้อเยื่อบางๆของเหงือกกับเส้นเลือดทำให้ O2 แพร่จากน้ำเข้าสู่เส้นเลือดได้โดยง่าย

5. แมลง  จะมีท่อลม (Trachea) เป็นอวัยวะแลกเปลี่ยนแก๊ส  ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อ  มีรูเปิดออกสู่ภายนอกเรียกว่า สไปเรเคิล ท่อลมจะมีการแตกแขนงเป็นท่อเล็กลงทุกที่จนกลายเป็นหลอดที่มีหนังบางมากแทรกไปตามเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย

สัตว์มีกระดูกสันหลังที่ดำรงชีวิตบนบก  มีปอดเป็นอวัยวะสำคัญสำหรับแลกเปลี่ยนแก๊สกับบรรยากาศ  อากาศภายนอกเข้าสู่ร่างกายทางรูจมูกผ่านหลอดลมเข้าคอสู่ปอด  ในปอดหลอดลมจะแตกแขนงเส้นเล็กลงเรื่อยๆ ปลายแขนงเล็กๆเหล่านี้ติดกับถุงลมซี่งมีอยู่จำนวนมาก  ถุงลมเหล่านี้มีผนังบางและมีจำนวนมากเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวในการแลกเปลี่ยนแก๊สอย่างมากมายให้แก่ปอด  รอบๆถุงลมมีเส้นเลือดฝอยเป็นจำนวนมากมาลำเลียงแก๊ส O2 ไปให้เซลล์ทั่วร่างกาย  จะเห็นว่าการทำงานของปอดเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ผิวสำหรับแลกเปลี่ยนแก๊สกับระบบลำเลียงสาร
        นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีปอดเจริญดีมาก  อัตราส่วนของนอกพื้นที่ผิวของปอดต่อปริมาตรของร่างกายสูง  เพราะจะต้องใช้พลังงานจากเมแทบอลิซึมสูง  โดยเฉพาะนกส่วนใหญ่จะมีกิจกรรมการบินสูงซึ่งต้องใช้พลังงานมากเพื่อสร้างแรงลอยตัว  กล้ามเนื้อปีกจะเป็นส่วนที่จะต้องทำงานหนักที่สุด  นกมีถุงลมพิเศษยื่นออกมาจากปอดเป็นคู่ๆหลายคู่  โดยถุงลมจะแทรกอยู่ในช่องว่างของลำตัวและบางถุงแทรกเข้าไปในกระดูกที่กลวงของนกเช่นกระดูกปีก  ถุงพิเศษนี้ทำหน้าที่สำรองอากาศใช้ให้กับนกในขณะที่บินซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนแก๊สของนกนั่นเอง

5 Responses

  1. […] Filed under: ชีวะ ม.5 | Leave a Comment » […]

  2. ก็ดีนะ ได้รู้เกี่ยวกับการแลกเปลี่นแก๊สของสัตว์ คน สิ่งมีชีวิตต่างๆ แต่เนื้อหามันน้อยเกินไป เราจึงเรียนรู้ไว้บ้างนะจ๊ะ

  3. ครูขาการแลกเปลี่ยนแก๊ซของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวกับของคนแตกต่างกันอย่างไรค่ะ

  4. น่าตะลึงมากๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: